ข่าวไอทีและเทคโนโลยี

Apple Blackmagic Design

Apple จับมือกับ Blackmagic Design เปิดตัว eGPU รุ่นล่าสุดพร้อม Radeon Pro 580

จากเดือนเมษายน Apple ได้ปล่อย macOS High Sierra 10.13.4 ออกมา ซึ่งได้เพิ่มความสามารถให้ MacBook Pro, iMac และ iMac Pro รองรับการทำงานร่วมกับตัวประมวลผลกราฟฟิกภายนอกหรือ external GPU (eGPU) ผ่านพอร์ต Thunderbolt 3

ความรู้ทั่วไป : การเสพข่าวไอทีของเด็กรุ่นใหม่และผู้ใหญ่รุ่นเก่า

“เครือข่ายสังคมออนไลน์” หรือโลกของ ข่าวไอที กลายเป็นสังคมที่มีขนาดใหญ่มากขึ้น และมีความหลากหลาย ทั้งในแง่คุณลักษณะทางเพศและอายุ ตลอดจนวัตถุประสงค์การใช้งาน ที่นับวันภาพของ “สังคมออนไลน์” จะยิ่งสะท้อนภาพของคนใน “สังคมไทย” เข้าไปทุกที การเสพข่าวไอทีก็มีทั้งข้อดีและข้อเสียแตกต่างกันไป

ประเด็นที่น่าเป็นห่วงในสังคมปัจจุบัน คือ การคำนึงถึงปัญหา และความปลอดภัยของการใช้งานสื่อออนไลน์ของคนไทยยังต่ำมาก ในขณะที่พ่อแม่ผู้ปกครองเอาแต่พูดว่า เป็นห่วงลูกว่าจะใช้อินเทอร์เน็ตในทางที่ผิด ในขณะเดียวกัน คนเป็นพ่อเป็นแม่ก็ไม่รู้ว่าตัวเองก็ใช้งานเทคโนโลยีในทางที่ไม่ปลอดภัยเช่นเดียวกัน อะไรคือประเด็นของปัญหานี้บ้าง

1. การรักษาข้อมูลส่วนบุคคล

จากงานวิจัยของมหาวิทยาลัยต่างๆ พบว่า การรักษาข้อมูลส่วนบุคคลแทบไม่อยู่ใน 5 อันดับแรกในการคำนึงถึงเรื่องการใช้งานอินเทอร์เน็ตด้วยซ้ำ แสดงให้เห็นว่าคนไทยยังใส่ใจเรื่องความปลอดภัยน้อยเกินไป และสิ่งที่พบก็คือ การให้ข้อมูลส่วนตัวกับคนแปลกหน้านั้นมีมาก และง่ายเกินไป

พฤติกรรมของประชาชนส่วนใหญ่ทุกวันนี้ มีการใช้งานสมาร์ทโฟนมากกว่าคอมพิวเตอร์ แม้แต่การช็อปปิ้ง เนื่องจากมีความสะดวกสบายมากกว่า แต่มีบางบริการที่ยังนิยมใช้ผ่านคอมพิวเตอร์มากกว่า คือ การเสียภาษีออนไลน์ และการเรียนผ่านระบบออนไลน์ เนื่องจากเป็นเรื่องที่ต้องการความละเอียดด้านตัวเลข หรือต้องการรายละเอียดของข้อมูล

2. สุขภาพ

คนไทยป่วยโรคเกี่ยวกับดวงตากว่า 80% เหตุเกิดจากการจ้องคอมพิวเตอร์ และติดสมาร์ทโฟนมากเกินไป รศ.นพ.นริศ กิจนรงค์ ภาควิชาจักษุวิทยา คณะแพทย์ศาสตร์ศิริราชพยาบาล ระบุว่า แสง UV หรือแสงสีฟ้าจากหน้าจอ มีผลทำให้จอประสาทตาเสื่อม และรักษายาก อีกทั้งอาจก่อให้เกิดอาการข้างเคียงมากมาย เช่น ประสาทตาเสื่อม และเสี่ยงตาบอด แนะนำให้พักสายตาทุก 2 ชั่วโมง รวมถึงใช้อุปกรณ์ป้องกันแสง ปรับค่าความสว่างให้พอเหมาะ

นอกจากนี้จากการศึกษายังพบว่า การเพิ่มขึ้นของความถี่ในการเข้าไปใช้งานคอมพิวเตอร์ โทรศัพท์มือถือ และระยะเวลาการใช้งานต่อช่วงวันยังเพิ่มขึ้นด้วย จากเดิมวันละ 1 ชั่วโมง เพิ่มเป็นสูงสุดวันละ 7 ชั่วโมง ซึ่งอาจนำไปสู่ภาวะโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง เอนซีดี (NCDs) ปัจจัยจากพฤติกรรมการใช้ชีวิตแบบเดิมๆ ทำให้ร่างกายทรุดโทรม อ่อนเพลีย ง่วงซึม ไม่มีสมาธิ คุณภาพชีวิตด้อยลง มักเป็นอุปสรรคในการเรียน การงาน และในการดำรงชีวิต

3. ความขัดแย้ง

“การที่ไม่มีตัวตน หรือมีตัวตนซ่อนเร้นในโลกออนไลน์ ทำให้คนมีอิสระในการแสดงความคิดเห็นหรือแสดง ‘ความแรง’ ออกมาในสังคมมากขึ้น โดยเฉพาะในสังคมวัยรุ่นสมัยนี้ที่มีการสื่อสารที่ห้วนขึ้น สั้นขึ้น แรงขึ้น หรือวัฒนธรรมแบบสามคำสี่พยางค์ อย่างเวลาที่เราพูดห้วนๆ จะมีความแรงอยู่ด้วย ซึ่งจะนำไปสู่การทะเลาะวิวาทง่ายขึ้น” ผศ.ดร.ภูเบศร์ สมุทรจักร อาจารย์ประจำสถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล ได้ระบุในงานวิจัยเรื่อง ความขัดแย้งและการวิวาทในสื่อสังคมออนไลน์ของวัยรุ่น

เรายังสามารถสังเกตเห็นความขัดแย้งต่างๆ ในโลกออนไลน์ได้ชัดเจน หลังจากสื่อโทรทัศน์นิยมนำประเด็นเด่นในโลกออนไลน์มาตีแผ่ให้เป็นข่าวดังยิ่งขึ้นแทบจะทุกช่อง ซึ่งเป็นการทำให้ความขัดแย้ง หรือเห็นต่างในโลกออนไลน์เป็นเรื่องปกติ และดูจะรุนแรงได้มากขึ้นทุกวัน เนื่องจากยังเป็นเรื่องยากที่จะทำการควบคุม แม้จะมีกฎหมายควบคุมสื่อออนไลน์ออกมาแล้วก็ตาม

4. คุณภาพของอนาคตของชาติ

ปัจจุบันเด็กอายุ 10 ปีขึ้นไป ส่วนใหญ่สามารถใช้งาน E-mail, Facebook, Twitter, Line, Instagram ได้อย่างแพร่หลาย หากใครไม่มีแอปจะถือว่าตกเทรนด์ แต่ทั้งนี้ สื่อออนไลน์เหล่านี้มีโทษอันตรายแฝงอยู่ คือ อาจสร้างพฤติกรรมไม่เหมาะสม อาจทำให้ตกเป็นเหยื่อผู้ไม่หวังดี เปลืองเวลา ไร้ประโยชน์ อาจพบสิ่งผิดกฎหมาย ใช้งานในทางที่ไม่ดี หรือใช้ทำลายผู้อื่นให้เสียหาย

ผู้ใหญ่ตั้งแต่ในระดับครอบครัว จนถึงสถาบันการศึกษา จะต้องสอนให้เด็กมีความเข้าใจในเรื่องการเสพสื่อ รู้จักแยกแยะสื่อที่ดีกับสื่อที่เป็นพิษออกจากกัน สอนให้เด็กใช้วิจารณญาณ สามารถพิจารณาใคร่ครวญได้ว่าอะไรเหมาะสม หรือไม่เหมาะสม การรู้เท่าทันสื่อจะทำให้เด็กมีภูมิคุ้มกันในการเสพสื่อ ทำให้เด็กเสพสื่ออย่างระมัดระวัง แม้จะเจอสื่อที่มีพิษ แต่ก็สามารถแยกแยะได้ เด็กจะเลือกเรียนรู้แต่สิ่งดีๆ ที่ปรากฏอยู่ในสื่อ ใช้สื่อให้เป็นประโยชน์ต่อตัวเอง มากกว่าจะหมกมุ่นอยู่กับการเสพ จนส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตของตัวเอง แต่ปัจจุบันมีเด็กไม่มากนักที่รู้เท่าทันสื่อ ดังนั้น เป็นเรื่องที่ผู้ใหญ่จะต้องปลูกฝังสิ่งเหล่านี้ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป !!!

ความน่าเป็นห่วงก็คือ กลุ่มวัยรุ่นใช้สื่อสังคมออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็นเฟซบุ๊ก ไลน์ ในการหา “กิ๊ก” และคู่นอน กลุ่มที่ใช้สื่อออนไลน์ในการติดต่อกัน เพื่อนำไปสู่การมีเพศสัมพันธ์ โดยวัยรุ่นชายจะใช้สื่อออนไลน์ในการหาคู่ชัดเจนกว่าวัยรุ่นหญิง อีกทั้งใช้เวลาพูดคุยทำความรู้จักไม่นานก่อนการมีเพศสัมพันธ์

5. การใช้งานโซเชียลมีเดียของผู้สูงอายุ

ดร.ปิยวัฒน์ เกตุวงศา อาจารย์ประจำสถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล พบว่า กลุ่มประชากรที่ใช้เครือข่ายสังคมออนไลน์ส่วนใหญ่ยังคงเป็นกลุ่มเยาวชน (อายุ 15 – 24 ปี) แต่มีการขยายตัวของจำนวนผู้ใช้เครือข่ายสังคมออนไลน์ไปกลุ่มอื่นๆ อีกด้วย โดยเฉพาะในกลุ่มผู้สูงอายุ ความเปลี่ยนแปลงในเรื่องการใช้งานอินเทอร์เน็ตของ New Internet User กลุ่มนี้ คือ เห็นอะไรก็แชร์บนโซเชียล ทำให้เกิดการรับรู้ และส่งต่อข้อมูลข่าวสารที่ผิดพลาด ตามมาด้วยการหลงเชื่อผู้ไม่หวังดีได้โดยง่าย กลายเป็นกลุ่มคนอีกกลุ่มที่น่าเป็นห่วง

กลุ่มผู้สูงอายุ และกลุ่มคนวัยกลางคน เกือบทั้งหมดแทบจะไม่ทราบว่าตัวเองได้ใช้อินเทอร์เน็ต รู้แต่เพียงว่าตัวเองเล่นไลน์ และเฟซบุ๊ก การใช้อินเทอร์เน็ตผ่านอุปกรณ์การสื่อสารได้ถูกผสมกลมกลืนจนกลายส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของคนกลุ่มนี้ไปแล้ว นอกจากนี้อินเทอร์เน็ตยังได้สร้างบรรทัดฐานใหม่ที่ช่วยให้ชีวิตมีความสะดวกและดีขึ้น ส่งผลให้พฤติกรรมการใช้งาน และการบริโภคสื่อได้เปลี่ยนไปอย่างมาก

การบริโภคสื่อในปริมาณที่เหมาะสม ไม่ตกเป็นเหยื่อของข้อมูลข่าวสารที่บิดเบือน แยะแยะได้ว่าอะไรคือสิ่งที่เหมาะสม หรือไม่เหมาะสม และเลือกในสิ่งที่เป็นประโยชน์เมื่อบริโภคสื่อ คือ การรู้เท่าทันสื่อ ซึ่งหมายถึง ไม่ว่าสื่อจะนำเสนออะไร เราก็รับมือได้อย่างดี ถือว่ามีภูมิคุมกัน ซึ่งเป็นสิ่งที่ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ ควรคำนึงถึงอย่างยิ่งในการเสพข่าวสาร ไม่ว่าจะเป็น ข่าวไอที ข่าวบันเทิง หรือข่าวทั่วไป