กฎหมายลิขสิทธิ์ที่คนทำเว็บและผู้ใช้อินเทอร์เน็ตต้องระวัง

1199
อินเทอร์เน็ต

สาระน่ารู้ กฎหมายลิขสิทธิ์

  • สำหรับใครที่ชอบโพสต์ข้อมูลลงอินเทอร์เน็ต ไม่ว่าจะเป็นคลิปวิดีโอ รูปภาพ หรือเพลง ของคนอื่นโดยที่ไม่ใส่เครดิตให้เจ้าของผลงานนนั้นๆ ล่ะก็ คุณอาจถูกฟ้องร้อง และอาจถูกจับเสียค่าปรับก็เป็นได้ เพราะเขามี กฎหมายลิขสิทธิ์ อยู่นะ ถ้าใครยังไม่รู้ต้องอ่าน!!

กฎหมายลิขสิทธิ์ อินเทอร์เน็ต

มีเรื่องมาบอก! สำหรับใครที่ชอบแชร์ข้อมูลบน อินเทอร์เน็ต ไม่ว่าจะเป็น Line , Facebook หรือ Youtube โดยที่ไม่ได้รับอนุญาต ไม่ว่าจะเป็นคลิปวิดีโอ รูปภาพ หรือเพลง ก็ถือว่าเข้าข่ายกำลังทำผิดกฎหมายอยู่นั่นเอง เพราะผลงานสร้างสรรค์เหล่านี้ถือว่ามีลิขสิทธิ์อัตโนมัติ ซึ่งถ้าเจ้าของมาเจอเข้าล่ะก็ เค้าสามารถเรียกร้องค่าเสียหายได้เลยนะคะ และอาจถูกจับเสียค่าปรับก็เป็นได้ ซึ่งกฎหมายลิขสิทธิ์ฉบับนี้มีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2558 มีความเข้มข้นด้านเทคโนโลยีมากขึ้นกว่าเดิมด้วยน่ะสิ วันนี้ Potatotechs ก็มีข้อมูลเรื่องนี้มาฝากเพื่อนๆ กันค่ะ บอกเลยว่าไม่รู้ไม่ได้แล้ว………

กฎหมายลิขสิทธิ์ อินเทอร์เน็ต

1.รูปภาพ

เริ่มจากรูปภาพต่างๆ ถ้าเป็นผลงานที่เราถ่ายเองหรือจ้างถ่าย (ข้อหลังต้องมีหลักฐานจ้างที่เป็นลายลักษณ์อักษรมาแสดงด้วย ถ้าไม่มีอาจจะถือว่าตากล้องให้สิทธิ์เราใช้เป็นครั้งคราว) อันนี้ถือว่าเป็นลิขสิทธิ์ของเรา ใช้งานได้ตามสบาย ทั้งนี้รูปที่มีปัญหาส่วนใหญ่จะเป็นรูปศิลปินดารา ซึ่งต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ

หลายคนเวลาไม่มีรูปที่ต้องการมักจะค้นหาจาก อินเทอร์เน็ต อย่างเว็บกูเกิลมาใช้ ต่อไปนี้ถ้าจะนำมาใช้ต้องใส่ชื่อเจ้าของรูปทุกครั้ง ในกรณีที่ใช้งานส่วนตัวและไม่เป็นการแสวงหากำไร ถึงจะไม่มีความผิด แต่ถ้ารูปนั้นมีลายน้ำติดมาด้วยจะต้องคงเอาไว้ ห้ามลบลายน้ำในรูป หรือทำการตัดครอปรูปเพื่อไม่ให้ติดชื่อเจ้าของภาพ หากนำไปใช้ในเว็บตัวเอง หรือแชร์ทาง Social Network โดยไม่อ้างอิงเจ้าของตัวจริง มีโทษจำคุก 6 เดือน และปรับ 2 แสนบาท ดังนั้น การ Copy รูปภาพบน Facebook , Youtube ,  Instagram , Twitter , Flickr หรือจากเว็บอื่นๆ  ต้องให้เครดิตใส่ชื่อเจ้าของรูปอ้างอิงไว้ด้วย

อินเทอร์เน็ต

2.เนื้อหาบนหน้าเว็บ สื่อสังคมออนไลน์

หากเป็นการ Copy เนื้อหาบนหน้าเว็บมาโพสต์ทาง Facebook หรือเว็บเราผิดลิขสิทธิ์หรือไม่? ถ้าเป็นรายบุคคล เป็น Facebook ใช้ส่วนตัว เราสามารถใช้ได้ ทั้งนี้ต้องอ้างอิงแหล่งที่มา, ใช้ส่วนตัว และไม่แสวงหาผลกำไร ถึงจะไม่ผิดลิขสิทธิ์ แต่ถ้าในกรณีนิติบุคคลถือว่าไม่ได้ ถ้าเว็บไซต์คุณมีแบนเนอร์ หรือ Facebook มีกิจกรรมชิงโชค ถือว่าผิดลิขสิทธิ์

อินเทอร์เน็ต

3.ถ้าเว็บไซต์ หรือ Blog ของเรา นำ Embed วีดีโอจาก Youtube แปะใส่ในหน้าเว็บเราล่ะ สามารถทำได้หรือไม่ ผิดหรือเปล่า?

การ Embed โค้ดของ Youtube ใส่หน้าเว็บเราเป็นสิ่งที่ถือว่าอันตราย เพราะลิขสิทธิ์เป็นของเขาแต่อยู่ภายใต้เว็บของเรา ซึ่งผิดลิขสิทธิ์ วิธีแก้คือ ใส่ภาพนิ่งเป็นตัวอย่างภาพวีดีโอนั้น พร้อมกับทำลิงก์ไปยังวีดีโอเจ้าของคลิป อันนี้สามารถทำได้ ไม่ผิดกฎหมายลิขสิทธิ์

4.หากกลุ่มผู้ผลิตรายการทีวีต้องการนำคลิป Youtube ไปใช้ควรทำอย่างไร?

ต้องเผยชื่อ User ของเจ้าของคลิปนั้นเพื่ออ้างอิงสิทธิ์ และคลิปที่ใช้ได้ต้องเผยแพร่แบบสาธารณะ ถ้าเป็นคลิป Youtube แบบ Private หรือแชร์ลิงก์เฉยๆ ที่ไม่ใช่สาธารณะ แล้วนำมาใช้ ถือว่าผิดลิขสิทธิ์

อินเทอร์เน็ต

5.กรณีแฟนเพจ Facebook แชร์ภาพของ Fanpage อื่น เพื่อเรียกเรตติ้ง มีความเสี่ยงถูกฟ้อง เพราะเรื่องแสวงหาผลกำไร

หากไม่อยากโดนฟ้องเรื่องลิขสิทธิ์ภาพถ่าย ดังนั้น จึงควรถ่ายเอง วาดเอง หรือขอจากเจ้าของรูปเอง ก็ใช้ได้ แต่ถ้าเอาจาก Google อาจโดนฟ้องได้ และถูกเรียกเงินสูงด้วย

6.ถ้าแปลจากเว็บต่างประเทศ แล้วอ้างอิงให้ ผิดลิขสิทธิ์หรือไม่?

ถ้าเป็นเนื้อหาข่าว ไม่ผิดลิขสิทธิ์ แต่ถ้าเป็นบทความอาจผิดลิขสิทธิ์ได้ ถ้าใช้ในเรื่องแสวงหาผลกำไร หรือใช้ในเชิงพาณิชย์ ทั้งนี้ การนำเนื้อหามารีไรท์เรียบเรียงใหม่ ถือว่าไม่ผิด แต่ถ้า Copy paste แปลรายคำ ถือว่าผิดลิขสิทธิ์ ตัวอย่างเนื้อหาข่าวที่ไม่ผิดลิขสิทธิ์ เช่น เนื้อหาข่าวว่าเกิดอะไรขึ้น ข้อมูลทั่วไป  ราคาหุ้น พยากรณ์อากาศ หนังฉายวันนี้ ราคาน้ำมัน ผลการแข่งขันฟุตบอล อันนี้ไม่เป็นลิขสิทธิ์ สามารถแชร์ หรือใช้ได้ แต่ถ้าเป็นภาพข่าว รูป บทสัมภาษณ์ข่าว คอลัมน์ข่าว ถือว่าเป็นลิขสิทธิ์ หากนำไปใช้โดยไม่ขออนุญาตเจ้าของภาพ หรือเจ้าของคอลัมน์ อาจเสี่ยงถูกฟ้องในข้อหาละเมิดลิขสิทธิ์ได้

 7.เพลง

แน่นอนว่าเพลงทุกเพลงมีลิขสิทธิ์อยู่แล้ว ซึ่งการนำไปใช้งานแม้จะอ้างอิงถึงเจ้าของผลงานก็ยังมีความผิดอยู่ดี หากเจ้าของสิทธิ์ต้องการเอาเรื่อง ซึ่งการนำเพลงไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาตจะผิดถึง 5 ส่วนด้วยกัน คือ ลิขสิทธิ์เนื้อร้อง, ทำนอง, การเรียบเรียง, เสียงของนักร้อง และเจ้าของลิขสิทธิ์ (ซึ่งส่วนใหญ่ค่ายเพลงจะมัดรวมฟ้องทีเดียวเลย) ตามกฎหมายจะให้ความคุ้มครองตลอดอายุผู้สร้างสรรค์ และบวกเพิ่มไปอีก 50 ปีหลังจากเสียชีวิต ซึ่งการนำเพลงไปใช้อย่างถูกต้อง จะต้องขอเป็นลายลักษณ์อักษรจากเจ้าของสิทธิ์ตัวจริง เพื่อป้องกันการฟ้องร้องที่ตามมาภายหลังค่ะ

การฟ้องคดี

เมื่อเจ้าของลิขสิทธิ์รับรู้สามารถฟ้องร้องต่อศาลได้ 2 ช่องทาง คือ ฟ้องแพ่งและฟ้องอาญา ซึ่งส่วนใหญ่จะฟ้องอาญา เพื่อเรียกร้องค่าเสียหายและลงโทษ รวมถึงขอให้ระงับการใช้สิ่งที่มีการละเมิดลิขสิทธิ์นั้นๆ

บทลงโทษ

บทลงโทษขั้นรอง ปรับ 10,000–100,000 บาท ส่วนการละเมิดสิทธิ์เพื่อการค้า จำคุก 3 เดือนถึง 2 ปี /ปรับ 50,000-100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

อินเทอร์เน็ต

ฝากไว้สำหรับเพื่อนๆ คนไหนที่ทำเว็บ หรือผู้ใช้ อินเทอร์เน็ต ทั้งหลายที่มักจะชอบแชร์ข้อมูลผ่านอินเทอร์เน็ต เวลาจะเอาผลงานของใครมาใช้ ไม่ว่าจะเป็นบนสื่อทีวี วิทยุ สิ่งพิมพ์ สื่อออนไลน์ รวมไปถึงเว็บไซต์และบล็อกต่างๆ จะต้องใส่ชื่อเจ้าของรูปภาพ หรือคลิปวิดีโอของคนๆ นั้นด้วย เพื่อเป็นการให้เกียรติเจ้าของผลงาน แต่ทั้งนี้ต้องใช้เพื่อประโยชน์ส่วนตัวหรือสาธารณะชนเท่านั้นถึงจะไม่ผิด หากใช้เพื่อการค้ายังไงก็ผิดทุกกรณี

 

ที่มา : kmops.moph.go.th

 

เรียบเรียงโดย : น้องแว่น

เดิมเป็นคนไม่ค่อยรู้เรื่องเทคโนโลยีมากเท่าไหร่ แต่ด้วยความชื่นชอบในมือถือและไอที จึงทำให้เริ่มศึกษาค้นคว้าหาความรู้ กลายเป็นคนอัพเดทกระแสข่าวไอที พร้อมกับมีแว่นหนาเตอะขึ้นทุกวัน