เลือกเคสคอมพิวเตอร์ PC ให้ดีมีชัยไปกว่าครึ่ง

5422

วิธีเลือก เคสคอมพิวเตอร์

เคสคอมพิวเตอร์ ถือเป็นอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ที่มีความสำคัญเป็นอย่างมาก เพราะใช้สำหรับบรรจุอุปกรณ์ หรือชิ้นส่วนต่างๆ เช่น คอมพิวเตอร์  Harddisk, Mainboard, Ram และยังส่งผลต่อประสิทธิภาพการทำงานของคอมพิวเตอร์อีกด้วยค่ะ


https://mnpctech.com

อุปกรณ์คอมพิวเตอร์อีกตัวหนึ่งที่มีความสำคัญ และขาดไม่ได้เลยก็คือ เคสคอมพิวเตอร์ ปกติเวลาเราเลือกซื้อคอมพิวเตอร์สักเครื่อง ก็จะเน้นดูสเปคอย่าง CPU, Harddisk, Mainboard, Ram เป็นหลักกันใช่ไหมคะ โดยอาจจะลืมไปว่าอุปกรณ์ชิ้นต่างๆ เหล่านี้ต้องบรรจุอยู่ในตัวเคส และมีส่วนสำคัญที่จะทำให้เครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ วันนี้ Potatotechs มีคำแนะนำดีๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อการเลือกซื้อเคสมาฝากค่ะ มาดูกันเลยว่ามีอะไรบ้าง

https://gameup24.wordpress.com

ก่อนอื่นเรามาทำความรู้จักกับประโยชน์ของ อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ ชิ้นนี้กันก่อนค่ะ เคส (Case) มีลักษณะเป็นเหมือนกล่องทรงสี่เหลี่ยมทำด้วยโลหะหรือพลาสติกชนิดแข็ง เคสเป็นอุปกรณ์ที่ใช้บรรจุชิ้นส่วนอุปกรณ์ต่างๆ ของเครื่องคอมพิวเตอร์ เพื่อช่วยในการป้องกันฝุ่นละออง ไอน้ำ สิ่งสกปรก หรือการกระทบกระเทือนโดยตรงต่ออุปกรณ์ส่วนต่างๆ สาเหตุที่เราควรเลือกเคสที่มีประสิทธิภาพ ก็เพราะว่าเคสจะทำหน้าที่ช่วยระบายอากาศ และลดความร้อนที่เกิดจากการใช้งานคอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน ถ้าเราเลือกซื้อเคสที่สามารถระบายอากาศได้ดี ก็จะช่วยให้คอมพิวเตอร์ทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ลื่นไหล ไม่มีปัญหาจุกจิกอื่นๆ ตามมา เช่น ปัญหาเครื่องร้อนผิดปกติ พัดลมไม่ทำงาน CPU ร้อนจนไหม้ หรือแรมพัง แถมยังช่วยยืดอายุการใช้งานของคอมพิวเตอร์ได้อีกด้วย ซึ่งราคาก็จะแตกต่างกันไปตามลักษณะ ประเภท และวัสดุที่ใช้ผลิตด้วย

ลักษณะของเคสแบ่งได้ 3 ประเภท ดังนี้

1.Tower จะมีรูปทรงเป็นแนวตั้ง ขนาดค่อนข้างใหญ่ ส่วนใหญ่มักใช้สำหรับคอมพิวเตอร์ระดับ Server ที่ต้องมีการเพิ่มอุปกรณ์ชิ้นส่วนภายใน หรือการ์ดต่างๆ

2.Mini-Tower เป็นไซส์ขนาดเล็ก และนิยมใช้กันอย่างแพร่หลายในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นการใช้งานส่วนตัวที่บ้าน หน่วยงานต่างๆ บริษัท เป็นต้น

3.Desktop มีรูปทรงแนวนอน เคยเป็นที่นิยมใช้กันในอดีต ซึ่งปัจจุบันไม่นิยมใช้กันแล้ว


วัสดุที่ใช้ผลิตตัวเคสแบ่งเป็น
3 ประเภท คือ

1.อลูมิเนียม สามารถระบายความร้อนได้ดีที่สุด และราคาแพงที่สุด

2.เหล็ก มีความแข็งแรง ทนทาน น้ำหนักค่อนข้างมาก สามารถระบายความร้อนได้ดี แต่สู้แบบอลูมิเนียมไม่ได้

3.อะคริลิค จะระบายความร้อนไม่ค่อยดี แต่จะเน้นไปด้านความสวยงามมากกว่าแบบอื่นค่ะ


การเลือกซื้อเคสคอมพิวเตอร์

1.เลือกให้เข้ากับ Mainboard ได้

http://pinterest.com

สิ่งสำคัญก็คือ การเลือกซื้อเคสต้องให้เข้ากับ Mainboard หากคุณต้องการเคสที่มีขนาดเล็กมาก ก็ต้องดูขนาดและรุ่นของ Mainboard ให้ดีว่าสามารถเข้ากันได้หรือไม่ ทางที่ดีควรเลือกซื้อทั้ง 2 อย่างพร้อมๆ กันเลยจะดีกว่า จะได้ชัวร์ว่าสามารถใช้งานร่วมกันได้แน่นอน ถ้าไม่แน่ใจให้ลองสอบถามพนักงานที่ร้านดีที่สุดค่ะ

2.วัสดุของตัวเคส

https://forum.bodybuilding.com

วัสดุที่เลือกใช้ผลิตตัวเคสเป็นสิ่งสำคัญมาก เพราะเครื่องคอมพิวเตอร์นั้นต้องได้รับการระบายความร้อนที่ดี ในกรณีที่ใช้งานตลอดเวลา ถ้าคอมพิวเตอร์ไม่ได้อยู่บริเวณที่มีอากาศถ่ายเท หรือในห้องปรับอากาศ ยิ่งต้องคำนึงถึงจุดนี้ เพราะถ้าเครื่องเกิดร้อนมากเกินไป อาจจะทำให้อายุการใช้งานสั้นลง อุปกรณ์หรือชิ้นส่วนภายในเสียหรือพังเร็ว หากร้อนมากๆ อาจจะทำให้ CPU ไหม้ แรมพังกันเลยทีเดียว ฉะนั้น ควรเลือกวัสดุที่สามารถระบายความร้อนได้ดีที่สุด ซึ่งวัสดุอลูมิเนียมจะสามารถตอบโจทย์ตรงนี้ได้ดี อีกทั้งช่วยยืดอายุเครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณได้ด้วย แม้ต้องแลกกับราคาที่แพงขึ้นอีกสักหน่อย แต่สำหรับการใช้งานในระยะยาวก็ถือว่าคุ้มค่ะ

3.ขนาดของตัวเคส

Home

ปัจจัยข้อนี้ขึ้นอยู่กับการใช้งานต่างๆ ของเราค่ะ ถ้าเป็นตัวเคสแบบ Tower ก็จะมีพื้นที่สำหรับเก็บอุปกรณ์กว้าง ส่งผลให้ระบายความร้อนได้ดีมากยิ่งขึ้น รวมไปถึงพอร์ตการเชื่อมต่อต่างๆ ก็จะมีมาให้มากขึ้นค่ะ แต่ถ้าเน้นเรื่องความสวยงาม และไม่ได้เปิดใช้งานตลอดเวลา แนะนำให้เลือกแบบอะคริลิค

4.จำนวนพอร์ตในการเชื่อมต่อ

http://www.hardwaresphere.com

โดยปกติแล้วตัวเคสคอมพิวเตอร์จะมีพอร์ตในการเชื่อมต่อต่างๆ มาให้มากกว่า 1 ช่องอยู่แล้วค่ะ บางตัวก็อาจจะมีช่องใส่ CD-Rom มาให้ด้วย กรณีที่คุณจำเป็นต้องใช้แผ่นซีดีสำหรับติดตั้งเกม หรือ Driver ต่างๆ ส่วนพอร์ตที่สำคัญและจำเป็น เช่น USB Port, ช่องเสียง หรือช่อง Microphone ควรตรวจสอบให้ดีว่ามีมาให้กี่ช่อง เพียงพอต่อการใช้งานของคุณหรือไม่

5.ราคา

https://www.techspot.com

ขึ้นอยู่กับงบประมาณที่คุณมี เคสแบ่งออกเป็น 3 ระดับด้วยกัน ดังนี้

1.Low-end

จะเป็นเคสตามที่วางขายกันอยู่ตามร้านคอมพิวเตอร์ทั่วๆ ไป ส่วนใหญ่ก็จะจัดมาเป็นชุดครบทั้งตัวคอมพิวเตอร์ และเคส มีขนาดมาตรฐาน มีพื้นที่ใช้สอย และช่องว่างในการวาง Hardware ต่างๆ จำกัด ที่สำคัญจะมีช่องระบายอากาศเพียง 1-2 จุดเท่านั้น ส่งผลให้การระบายอากาศไม่ดีนัก หากว่าคุณเน้นการใช้งานคอมพิวเตอร์หนักๆ เช่น เล่นเกม หรือเปิดไว้ทิ้งไว้ตลอด 24 ชั่วโมงละก็ ไม่แนะนำค่ะ เคสลักษณะนี้เหมาะกับคนที่ใช้คอมพิวเตอร์สำหรับงานทั่วไป หรือเปิด-ปิดเป็นเวลาค่ะ

2.Mid-end

ตัวเคสมีขนาดมาตรฐานมากกว่าแบบ Low-end ค่ะ จะมีช่องว่างสำหรับการใช้งานมากขึ้น ทำให้สามารถติดตั้งอุปกรณ์ และชิ้นส่วนต่างๆ ได้มากขึ้น เช่น ฮาร์ดดิสก์ การ์ดจอ พัดลมระบายความร้อน ฯลฯ ตัวเคสจะมีช่องระบายความร้อนมากขึ้น และมีพัดลมติดตั้งอย่างน้อย 3 ตัว ซึ่งเคสลักษณะนี้เหมาะสำหรับคนที่ทำงานด้านกราฟิก เล่นมัลติมีเดียต่างๆ เช่น ดูหนัง ฟังเพลง เกม หรือใช้เครื่องคอมพิวเตอร์เป็น Home servers ค่ะ

3.High-end

ส่วนใหญ่แล้วจะมีขนาดใหญ่กว่ามาตรฐานทั่วไป รูปร่างสูงโปร่ง มีพื้นที่ภายในเหลือเฟือสำหรับติดตั้ง Hardware หรืออุปกรณ์ชิ้นอื่นเพิ่มเติม มีพื้นที่วาง และเก็บสายต่างๆ อย่างเป็นระเบียบ รวมไปถึงมีช่องระบายอากาศ และพัดลมติดอยู่ทั่วทุกทิศทาง ส่งผลให้การระบายอากาศทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ เหมาะเป็นเครื่อง Server ที่ใช้สำหรับเก็บไฟล์งาน ฐานข้อมูลในสำนักงาน หรือบริษัท คนที่ใช้งานคอมพิวเตอร์แบบหนักหน่วง รันโปรแกรมตลอดเวลา ทำงานกราฟิกโหดๆ เล่นเกมที่ใช้ความละเอียดของภาพสูง กราฟิกแรง ใช้ GPU เยอะ ส่วนข้อเสียหลักๆ ของเคสลักษณะนี้คือ ราคาที่ค่อนข้างแพงค่ะ

เคสคอมพิวเตอร์

https://www.gizmodo.com.au

คงจะเห็นกันแล้วนะคะว่า อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ ชิ้นนี้มีความสำคัญไม่แพ้การเลือกซื้อคอมพิวเตอร์เลยค่ะ โดยเฉพาะคนที่ซื้อคอมพิวเตอร์แบบจัดสเปค หรือประกอบเอง ควรคำนึงถึงลักษณะการใช้งานของตนเองเป็นหลักด้วย
นอกจากนี้ เคสคอมพิวเตอร์ไม่ได้เป็นแค่กล่องเก็บอุปกรณ์ และ Hardware เพียงอย่างเดียวนะคะ แต่ยังส่งผลต่อประสิทธิภาพ และอายุการใช้งานของคอมพิวเตอร์คุณเช่นกัน ถ้ามีงบประมาณสูงหน่อยก็จัดแบบดีๆ ทีเดียวไปเลย รับรองว่าจะช่วยยืดอายุคอมพิวเตอร์ และ Hardware ได้นานขึ้น ทำให้ไม่ต้องเสียเงินซ้ำซ้อนหลายรอบ