เปรียบเทียบกล้องถ่ายรูปสมาร์ทโฟน กับ กล้องโปรฯ โดยช่างภาพมืออาชีพ

1009
กล้องถ่ายรูป

กล้องถ่ายรูป สมาร์ทโฟน VS กล้องโปรฯ

ปัจจุบัน กล้องถ่ายรูป ในสมาร์ทโฟนถูกพัฒนาให้มีความสามารถใกล้เคียงกับกล้องมืออาชีพมากขึ้นเรื่อยๆ จนหลายคนเริ่มลังเลเมื่อจะเลือกซื้อกล้องสักตัว ว่าจะเลือกซื้อสมาร์ทโฟน ที่จ่ายเงินเพียงครั้งเดียวแล้วได้ทั้งกล้อง โทรศัพท์ คอมพิวเตอร์ รวมสามสิ่งอยู่ในเครื่องเดียวกันเลยก็ดี หรือจะเลือกซื้อกล้องมืออาชีพ ซึ่งเปรียบเสมือนผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านการถ่ายภาพ และไม่ว่าใครได้ถือ ก็จะดูโปร ดูเก่งขึ้นมาทันทีเลยดี

ถ้ายังตัดสินใจไม่ได้ว่า กล้องสมาร์ทโฟน กับ กล้องมืออาชีพ อะไรจะดีกว่ากัน? งั้นเรามาทำความรู้จักกับ ข้อดี ข้อเสีย ของกล้องทั้ง 2 ชนิดนี้กันก่อนดีกว่า

กล้องถ่ายรูป

กล้องสมาร์ทโฟน

ข้อดี

1.น้ำหนักเบา พกพาสะดวก คล่องตัวทุกสถานการณ์

สำหรับใครหลายคน สมาร์ทโฟน ก็เปรียบได้กับอวัยวะชิ้นที่ 33 ของร่างกาย อยู่ข้างตัวตลอด ไม่ยอมให้ห่างไปไหน แน่นอนว่าการหยิบใช้กล้องสมาร์ทโฟน ก็เช่นเดียวกัน คุณหยิบกล้องสมาร์ทโฟนขึ้นมาใช้งานได้ทุกที่ ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่เล็กแคบ หรือพื้นที่ส่วนตัวแค่ไหน แถมยังหยิบใช้งานได้ทันทุกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตรงหน้า หาตัวอย่างดูได้จากคลิปวิดีโอ หรือภาพถ่ายที่แชร์กันเป็นประจำตาม social media ทั่วไป ส่วนใหญ่เป็นผลผลิตจากกล้องสมาร์ทโฟนทั้งนั้น เพราะสะดวก ง่าย และรวดเร็วสุดๆ

กล้องถ่ายรูป

 2.สวยหล่อได้ง่าย เพราะตัวช่วยดีๆ มีอยู่เพียบ

คงไม่มีใครปฏิเสธว่า หลายๆ คนชอบรูปตัวเองที่ถ่ายจากกล้องสมาร์ทโฟน มากกว่ารูปตัวเองที่ถ่ายจากกล้องมืออาชีพเสียอีก ยิ่งช่วงหลังมานี้ สมาร์ทโฟนหลายรุ่น เกิดมาเพื่อขาเซลฟี่โดยเฉพาะ ไม่ชูคุณสมบัติอะไรอื่น นอกจากกล้องเซลฟี่ขั้นเทพ ถ่ายรูปคุณออกมาดูดีได้ภายใต้ทุกสภาวะแสง แม้หน้าสดก็ยังสวยหล่อ เพราะจัดเต็มเทคโนโลยีทุกอย่างที่มี โดยเฉพาะซอฟต์แวร์ที่เป็นตัวช่วยสำคัญ ในการทำให้ภาพออกมาดูดีเกินจริง ใครเห็นใครก็ปลื้ม ตัวเองเห็นเอง ยังอดปลื้มตัวเองไม่ได้ จริงไหมล่ะ?

กล้องถ่ายรูป 

 3.มี application ใหม่ๆ ให้เลือกใช้อยู่เสมอ

ในความคิดของหลายๆ คน กล้องสมาร์ทโฟน ไม่ได้เป็นเพียง “กล้อง” แต่ยังเป็น “ของเล่นชิ้นโปรด” อีกด้วย เพราะ กล้องสมาร์ทโฟน มี application ที่หลากหลาย นำเทรนด์ใหม่อยู่ตลอดเวลา นำพามาซึ่งความสนุก และใช้เชื่อมต่อความสัมพันธ์กับคนใกล้ไกลได้ทุกที่ทุกเวลา ไม่ว่าจะเป็นเทศกาล แคมเปญ หรือในโอกาสอะไรก็ตาม application ของกล้องสมาร์ทโฟนก็จะช่วยให้คุณดูดีมีสไตล์ มีตัวตนในโลกแห่ง social media อยู่เสมอ สำหรับใครที่มีใจรัก ขยันอัพเดต application ของกล้องสมาร์ทโฟนเป็นประจำ ก็ยิ่งมีสิทธิ์จะได้เป็นผู้นำเทรนด์ในหมู่เพื่อนได้ไม่ยาก

4.สร้างสรรค์ผลงานได้ง่าย ไม่ต้องเชี่ยวชาญก็เนรมิตภาพสวยได้ ในเวลาไม่กี่วินาที

ถ้าจะพูดถึงการตกแต่งภาพ หรือคลิปวิดีโอ บอกได้ตรงนี้เลยว่า กล้องสมาร์ทโฟน พร้อมมาก!! แม้ว่าคุณจะไม่ประสีประสาเรื่องแสง สี เอฟเฟกต์ ต่างๆ นานา ก็ตกแต่งภาพ หรือตัดต่อคลิปวิดีโอให้ออกมาถูกใจได้ง่าย และรวดเร็ว ยิ่งถ้าใครรู้จัก application ดีๆ จำนวนมากเท่าไร ก็ยิ่งมีโอกาสที่จะสร้างสรรค์ผลงานที่แตกต่างจากคนอื่นๆ ได้มากขึ้นเท่านั้น

5.ลง social media ได้สะดวก ง่าย และรวดเร็วสุดๆ

ถ้าจะพูดว่า “กล้องสมาร์ทโฟน” เกิดมาคู่กับ “social media” โดยแท้ ก็ดูจะไม่ผิด เพราะสองสิ่งนี้ เชื่อมต่อถึงกันได้อย่างรวดเร็ว ไร้สิ่งกั้นขวาง ซึ่งต่างจากกล้องมืออาชีพ ที่อาจมีขั้นตอนมากกว่าเล็กน้อย นั่นหมายความว่า สำหรับใครก็ตามที่เป็นสาย social media การจะเลือกกล้องสมาร์ทโฟน มากกว่าที่จะเป็นกล้องมืออาชีพ ก็นับว่าเหมาะสมดีอยู่แล้ว

กล้องถ่ายรูป

กล้องสมาร์ทโฟน

ข้อเสีย

1.คุณภาพของภาพ หรือวิดีโอที่ได้ มีระดับต่ำกว่า

ภาพ หรือวิดีโอที่ได้จากกล้องสมาร์ทโฟน เหมาะอย่างยิ่งกับการโลดแล่นอยู่ใน social media แต่ไม่เหมาะอย่างยิ่ง กับ output ในแบบอื่นๆ เช่น นำมาขยายอัดล้างเป็นโปสเตอร์ขนาดใหญ่ นำมาทำเป็น video presentation ในงานสำคัญขนาดใหญ่สักงาน สรุปได้ว่า ภาพ หรือวิดีโอที่ได้จากกล้องสมาร์ทโฟนใช้กับงานรูปแบบอื่นนอกจาก social media ได้ยากนั่นเอง

กล้องถ่ายรูป2.กล้องสมาร์ทโฟน มีความสามารถที่จำกัด

ขอยกมาเปรียบเทียบง่ายๆ หนึ่งเรื่องแล้วกัน เช่น เรื่องของการซูมกล้องซูมภาพ ถ้าถามว่ากล้องสมาร์ทโฟนซูมได้ไหม ซูมได้สิ งั้นขอถามต่อ ว่ากล้องสมาร์ทโฟนซูมได้มากไหม อันนี้ขอตอบว่าแล้วแต่รุ่น แต่ถ้าถามว่า กล้องสมาร์ทโฟน ซูมมากๆแล้วภาพเละไหม ตอบไว้ตรงนี้เลยว่า ไม่เหลือจ้า!! ก่อนอื่นต้องยอมรับให้ได้ก่อนว่า กล้องสมาร์ทโฟน มีจุดเด่นอยู่ที่ความสะดวก คล่องตัว และมีอาวุธเด็ด คือ ซอฟต์แวร์ ซึ่งแน่นอนว่า การจะเอาความสามารถของกล้องสมาร์ทโฟน ไปเปรียบเทียบกับความสามารถของกล้องมืออาชีพ ที่มีอาวุธเด็ด เป็นทั้งฮาร์ดแวร์ และซอฟต์แวร์ควบคู่กัน แล้วละก็ กล้องสมาร์ทโฟนยังแพ้อยู่หลายขุม

3.มักไม่ได้ภาพที่เป็นธรรมชาติ เพราะใช้ซอฟต์แวร์เป็นหลัก

อย่างที่กล่าวไว้ในข้อก่อนหน้า ว่ากล้องสมาร์ทโฟน มีอาวุธเด็ด เป็น ซอฟต์แวร์ ซึ่งการใช้ ซอฟต์แวร์เป็นอาวุธนี้ล่ะ ที่ก่อให้เกิดความไม่เป็นธรรมชาติขึ้นในภาพที่จะได้ออกมา เช่น ภาพหน้าชัดหลังเบลอ ที่ละลายหลังได้เบลอสะใจเวอร์ แต่เป็นการละลายเบลออย่างเฟคที่สุดในสามโลก เพราะซอฟต์แวร์จะจัดการเบลอทั้งหมด แม้แต่ขอบของวัตถุที่ชัด เพราะเข้าใจว่า นั่นคือ ฉากหลังที่ตัวเองต้องทำหน้าที่เบลอ บอกได้เลยว่า สำหรับคนที่ชอบอะไรที่เป็นธรรมชาติ หรือค่อนข้างตรงกับความเป็นจริง มักจะไม่ปลื้มเท่าไรกับการทำงานของซอฟต์แวร์ที่ขาดความเป็นธรรมชาติแบบนี้

กล้องถ่ายรูป

4.ไม่สามารถควบคุมได้อย่างใจ สำหรับท่านใดที่มีทักษะในการใช้กล้องมืออาชีพ

กล้องสมาร์ทโฟน เป็นกล้องที่มีความสำเร็จรูปอยู่ในตัว ทำให้แสง หรือสีที่ได้ออกมาในสภาวะการณ์ต่างๆ เป็นไปตามฮาร์ดแวร์ และซอฟต์แวร์ที่ติดมาด้วย กล้องสมาร์ทโฟนบางรุ่น อาจให้แสงสีเพี้ยน ออกอมฟ้าบ้าง อมส้มบ้าง อมเหลืองบ้าง แน่นอนว่าสำหรับคนที่มีทักษะทางด้านการถ่ายภาพ จะคันมืออยากจะปรับ white balance ใจจะขาด แต่ไม่มีให้ปรับ ต้องไปแก้ไขด้วย application เอาทีหลัง หรือแม้แต่การปรับ ISO รูรับแสง หรือความไวชัตเตอร์ ก็ไม่สามารถทำได้ในกล้องสมาร์ทโฟนรุ่นทั่วๆ ไป (ปัจจุบันมีบางรุ่นสามารถปรับกล้องเป็นโหมดมืออาชีพได้แล้ว แต่ก็ยังแตกต่างกับกล้องมืออาชีพอยู่ดี)

5.ดูไม่โปร ไม่ได้รับความเชื่อถือในการรับงานต่างๆ

อย่างที่กล่าวไว้แล้วข้างต้น ว่า output ที่ได้จากกล้องสมาร์ทโฟนนั้น ไม่มีคุณภาพสูงมากพอที่จะสามารถนำไปต่อยอดอะไรได้มากนัก เหมาะกับการใช้งานใน social media เสียมากกว่า และความสามารถของกล้องสมาร์ทโฟน ก็ยังไม่ถูกพัฒนาให้เทียบชั้นได้กับกล้องมืออาชีพ ดังนั้น การใช้งานกล้องสมาร์ทโฟน จึงยังไม่เป็นที่ยอมรับในการรับงานถ่ายภาพ หรืองานวิดีโอ ดังนั้น หากใครคิดจะเปรียบเทียบจำนวนเงินที่ซื้อสมาร์ทโฟน กับ จำนวนเงินที่จะซื้อกล้องมืออาชีพ เพราะคิดว่ามันก็ใช้เงินพอๆ กัน ก็อยากจะให้คิดถึงข้อจำกัดหลายๆ อย่างที่มีอยู่ในกล้องสมาร์ทโฟนด้วยจ้า

เอาล่ะ เราได้รู้จักข้อดี ข้อเสีย ของกล้องสมาร์ทโฟนกันไปแล้ว มาทำความรู้จัก กล้องมืออาชีพ กันต่อเลยดีกว่า

กล้องถ่ายรูป

กล้องมืออาชีพ

ข้อดี

1.คุณภาพของภาพ และวิดีโอ อยู่ในระดับสูงกว่า หรือสูงขึ้นได้อีกตามที่ต้องการ ถ้ามีทุนมากพอ

คุณภาพของภาพ และวิดีโอ ที่ได้จากกล้องมืออาชีพ ไม่ได้ถูกจำกัดให้ใช้ได้ดีกับ social media เท่านั้น แต่ยังสามารถนำมาใช้ประโยชน์ในด้านอื่นๆ ได้อีกมาก มีความหลากหลายอย่างที่สุด และหากใครมีกระเป๋าที่หนักพอ ก็จะสามารถต่อยอดคุณภาพให้สูงขึ้นได้อีก ตามที่ใจต้องการ

กล้องถ่ายรูป

2.ได้ใช้ความสามารถอย่างไม่ถูกจำกัด

กล้องสมาร์ทโฟน สร้างสรรค์ผลงานได้ด้วยอาวุธเด็ด คือ ซอฟต์แวร์ แต่สำหรับกล้องมืออาชีพ อาวุธเด็ดที่นอกจาก ฮาร์ดแวร์ และซอฟต์แวร์แล้ว ยังมีอีกอย่างที่อาจจะเรียกได้ว่าสำคัญที่สุด นั่นคือ ความสามารถของผู้ใช้ (user) นั่นหมายความว่า ใครก็ตามที่ผ่านการเรียนรู้ ฝึกฝนมาก่อน ก็มีโอกาสที่จะใช้ความสามารถของตนเอง ผนวกเข้ากับความสามารถของกล้อง เพื่อสร้างสรรค์ภาพถ่ายที่น่าประทับใจออกมาได้

ยกตัวอย่างง่ายๆ เช่น การเลือก ISO รูรับแสง ความไวชัตเตอร์ และ white balance ที่แตกต่าง ก็จะได้ผลลัพธ์ที่แตกต่างกันออกไปด้วย กล้องมืออาชีพมีพื้นที่ให้คุณได้ใช้ความสามารถของกล้อง และความสามารถของตนเองได้อย่างไม่ถูกจำกัด

กล้องถ่ายรูป 

3.มีเลนส์หลากหลายคุณสมบัติให้เลือกใช้ เพื่อสร้างสรรค์ภาพสวย

เลนส์สำหรับกล้องสมาร์ทโฟน แม้จะมีอยู่บ้าง แต่ก็เทียบคุณสมบัติกับเลนส์ที่ใช้กับกล้องมืออาชีพไม่ได้แน่นอน

ลองคิดดูว่าคุณจะสนุกกับการถ่ายภาพแค่ไหน ถ้ามีเลนส์หลากหลายคุณสมบัติอยู่ในมือ ไม่ว่าจะเป็นเลนส์สำหรับถ่ายภาพระยะไกลอย่างเลนส์เทเล เลนส์สำหรับถ่ายภาพมุมกว้างอย่างเลนส์ไวด์ เลนส์สำหรับถ่ายภาพระยะใกล้อย่างเลนส์มาโคร และเลนส์มุมสร้างสรรค์อย่างเลนส์ฟิชอาย แค่เล่าให้ฟังนี่ก็อยากจะไปหยิบกล้องมาใส่เลนส์แล้วก็เล็งถ่ายแล้วล่ะ

กล้องถ่ายรูป

4.ต่อยอดสร้างสรรค์ผลงานได้อย่างไร้ขีดจำกัด

อย่างที่กล่าวไปก่อนหน้านี้ ว่ากล้องมืออาชีพ มีอาวุธเด็ดคือ ซอฟต์แวร์ ฮาร์ดแวร์ และความสามารถของผู้ใช้ (user) ดังนั้น การถ่ายภาพจึงไม่จำเป็นที่จะต้องจบลงที่หลังกล้องเท่านั้น แต่ยังมีซอฟต์แวร์ที่ติดมากับกล้อง ซอฟต์แวร์ตกแต่งภาพที่ติดตั้งไว้ในคอมพิวเตอร์ อย่าง photoshop  lightroom และซอฟต์แวร์อื่นๆ มากมายให้ได้เลือกใช้ อยากจะตกแต่ง ตัดต่อ รีทัช ให้ได้ output อย่างไร ก็จัดการให้เป็นไปอย่างใจได้เลย

กล้องถ่ายรูป

5.โก้หรู ดูโปร น่าเชื่อถือ รับงานทำเงินก็ได้ด้วย

การที่เราถือกล้องมืออาชีพ ความน่าเชื่อถือว่าเราถ่ายรูปเก่ง มันจะหลั่งไหลมาจากที่ไหนไม่รู้ ทำให้คนคาดหวังกับเรามากว่า เราจะถ่ายรูปออกมาได้สวยงามอย่างแน่นอน นับเป็นโอกาสที่ดี หากคุณจะฝึกฝนทักษะการถ่ายภาพให้อยู่ในระดับที่รับงานได้ ความน่าเชื่อถือ ที่มาพร้อมกับฝีมือ สามารถสร้างรายได้ และต่อยอดออกไปอีกอย่างไม่มีที่สิ้นสุด ตราบใดที่ยังไม่คิดจะหยุดหรือล้มเลิก

กล้องมืออาชีพ

ข้อเสีย

1.มีน้ำหนักมาก ไม่คล่องตัว

ถ้าจะเปรียบเทียบกับกล้องสมาร์ทโฟน ข้อเสียนี้ของกล้องมืออาชีพ คงถูกจัดให้อยู่ในอันดับต้นๆ เลยทีเดียว นอกจากจะมีน้ำหนักที่มากแล้ว เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด บางครั้งอาจต้องแบกอุปกรณ์เพิ่มอีกหลายชิ้น แลกกับคุณภาพของผลงานที่จะได้ออกมา เอาล่ะ ถ้าอยากแลก ก็ต้องแบกกัน

กล้องถ่ายรูป

2.ถูกห้าม หรือถูกเพ่งเล็งในบางสถานที่

เนื่องจากกล้องมืออาชีพ ถูกห้ามใช้ในบางสถานที่ เวลาที่พกพาไปไหน ก็ต้องศึกษากฎระเบียบกันให้ดีก่อนนะจ๊ะ และสถานที่เอกชนบางแห่ง หากเจ้าหน้าที่เห็นว่าหยิบกล้องมืออาชีพออกมาถ่ายนางแบบ หรือนายแบบ ก็จะเดินปรี่เข้ามาหา แจ้งให้เราไปจ่ายค่าเช่าสถานที่ได้นะ ตรงจุดนี้ก็ควรระวังไว้ด้วยจ้า

3.ต้องใช้เวลาเรียนรู้ และฝึกฝน กว่าจะได้ภาพสวยอย่างที่ใจต้องการ

หลายคนออกเดินทางท่องเที่ยว โดยทริปนั้นขนเอาไปทั้งกล้องมืออาชีพ และกล้องสมาร์ทโฟน แต่ภาพที่ได้กลับมาด้วย กลับเป็นภาพที่ถ่ายด้วยกล้องสมาร์ทโฟนซะส่วนใหญ่ เหตุผลเพราะว่าใช้กล้องมืออาชีพแล้วถ่ายออกมาไม่ถูกใจ ถามว่าผิดที่กล้องมืออาชีพไหม ก็ไม่ … เพราะการจะใช้กล้องมืออาชีพได้อย่างใจ ก็ต้องผ่านการเรียนรู้ และฝึนฝนการใช้งานมาก่อนสักพักใหญ่ ไม่ใช่ว่าซื้อวันนี้ พรุ่งนี้เดินทาง จะถ่ายออกมาได้สวยงามเลยในทันที เป็นเรื่องยากที่จะรู้จักรู้ใจกับกล้องมืออาชีพตัวใหม่ได้ภายในคืนเดียว

กล้องถ่ายรูป4.อุปกรณ์ราคาแพง ใช้ต้นทุนสูง

กล้องมืออาชีพมีหลายระดับ หลายคุณสมบัติ และหลายราคาให้เลือกซื้อหา แต่หากจะให้เฉลี่ยราคา ตลาดของกล้องสมาร์ทโฟน ก็ยังมีราคาที่ต่ำกว่ามาก ดังนั้น สำหรับใครก็ตามที่มีต้นทุนค่อนข้างน้อย ก็อาจถูกจำกัดให้ใช้กล้องสมาร์ทโฟน เพื่อบันทึกภาพความทรงจำต่างๆ ไปก่อน หรือหากอยากได้กล้องมืออาชีพมาใช้งานจริงๆ ก็เลือกใช้กล้องมือสอง หรืออุปกรณ์มือสองได้ หลายคนเริ่มจากกล้องมือสอง หารายได้ต่อยอดมาซื้อกล้องมือหนึ่ง อุปกรณ์มือหนึ่ง ก็มีไม่น้อยเหมือนกัน

กล้องถ่ายรูป

อ่านข้อดี ข้อเสีย ของกล้องทั้งสองชนิดกันแล้ว สรุปได้หรือยังเอ่ย ว่าสำหรับคุณแล้ว กล้องสมาร์ทโฟน กับ กล้องมืออาชีพ อะไรดีกว่ากัน?

แน่นอนว่า นิยามของคำว่า “ดี” ของแต่ละคนอาจไม่เหมือนกัน

สำหรับบางคน “ดี” คือ กล้องที่ถ่ายรูปฉันออกมาได้สวย

สำหรับบางคน “ดี” คือ กล้องที่พกติดตัวไปได้ทุกที่ หยิบออกมาถ่ายได้ทันท่วงที อยู่กับตัวได้ทุกช่วงเวลา และยังต้องถ่ายรูปออกมาได้สวยถูกใจอีกด้วย

คำว่า “ดี” ของบางคน อาจหมายถึง กล้องที่สามารถตอบสนองความต้องการในทุกด้านให้กับผู้ที่ใช้มันได้อย่างไร้ขีดจำกัด

คำว่า “ดี” ของบางคน อาจหมายถึง มีไว้ครอบครองแล้วดูดี ส่งเสริมภาพลักษณ์ ดูโปร ดูหล่อสวย ก็อาจเป็นได้อีกเหมือนกัน

แต่ถ้าคำว่า “ดี” ของคุณ หมายถึง “ตอบโจทย์” แล้วละก็ ขอให้เลือกสิ่งที่ตอบโจทย์ของคุณเองมากที่สุด และสนุกกับมัน!!