สิ้นสุดการรอคอย เปิดตัว iPad Pro 2018 บางกว่าเดิม พร้อมราคาและวันจำหน่าย

119
iPad Pro 2018

Apple ประกาศเปิดตัว iPad Pro 2018 รุ่นใหม่ล่าสุด ที่มาพร้อมดีไซน์ใหม่เอี่ยมกับขอบจอบางๆ และขนาดตัวเครื่องเล็กลง ใช้สเปคสุดแรงชิปเซ็ต A12X และใส่เทคโนโลยีสแกนใบหน้า Face ID เข้ามาด้วย นอกจากนี้แล้วยังมีการปรับดีไซน์และขนาดของปากกา Apple Pencil ให้มีขนาดเล็กลงจับถือกระชับถนัดมืออีกด้วย

โดยมันมีให้เลือก 3 รุ่น ตามขนาดหน้าจอ ได้แก่ 10.5 นิ้ว, 11 นิ้ว และ 12 นิ้ว ซึ่งแต่ละรุ่นก็มีให้เลือกความจุตามความต้องการ ตั้งแต่ เริ่มต้น 64GB, 256GB, 512GB และ 1TB โดยราคาค่าตัวเริ่มต้นมีดังนี้

iPad Pro 2018iPad Pro 2018

iPad Pro รุ่นหน้าจอ 10.5 นิ้ว : เริ่มต้นที่ $649 (ประมาณ 22,000 บาท)

iPad Pro รุ่นหน้าจอ 11 นิ้ว : เริ่มต้นที่ $799 (ประมาณ 27,000 บาท)

iPad Pro รุ่นหน้าจอ 12 นิ้ว : เริ่มต้นที่ $999 (ประมาณ 33,500 บาท)

ทั้ง 3 รุ่นที่กล่าวมาเป็นราคาเปิดตัวในต่างประเทศ ซึ่งเปิดให้จองแล้วตั้งแต่วันนี้ (30-10-61) พร้อมกับรับเครื่องในวันที่ 7 พฤศจิกายน 2561 ในต่างประเทศ ส่วนในประเทศไทยทาง Apple ยังไม่ได้ประกาศอย่างเป็นทางการว่าจะเปิดขายราคาเท่าไร และเมื่อไร ยังไงคงต้องติดตามข่าวสารกันอีกที

iPad Pro 2018

iPad Pro (2018) รุ่นใหม่ มาพร้อมกับดีไซน์การออกแบบตัวเครื่องใหม่ ที่เป็นเอกลักษณ์ ทันสมัย ตรงขอบข้างเป็นโลหะ ดีไซน์เรียบแบน ดูแล้วเท่ไม่หยอก ว่าไปก็คล้ายๆ ดีไซน์ของ iPhone 5s / SE เลย เพียงแค่จอใหญ่กว่า มีขนาดบางลงกว่ารุ่นก่อนหน้าถึง 15% จาก 6.9 เป็น 5.9 มม.นอกจากนี้ขอบจอยังบางลงด้วย ตามภาพที่เห็น รุ่น 10.5 / 12.9 นิ้ว (2017) เทียบกับรุ่นใหม่ (2018) รองรับระบบสแกนใบหน้า Face ID ด้วยเทคโนโลยี TrueDepth Camera ทำให้ iPad Pro รุ่นใหม่ สามารถปลดล็อคเครื่องหรือยืนยันตัวตนด้วยใบหน้าเหมือนกับ iPhone X ได้แล้ว  ชิปเซ็ตประมวลผล A12X Bionic รุ่นใหม่ล่าสุด ที่แรงที่สุดใน ณ ขณะนี้

iPad Pro 2018iPad Pro 2018

ชิปเซ็ต A12X Bionic  ผลิตด้วยเทคโนโลยี 7 นาโนเมตร มี CPU 8-Core และ GPU 7-Core ทำงานรวมกับเทคโนโลยี Neural Engine ที่อัดแน่นอยู่ภายใน

โดยทางแบรนด์ผลไม้เคลมว่าการประมวลผล CPU แบบ Single Core เร็วกว่า iPad รุ่นเดิม (2017) ถึง 35% ส่วนแบบ Multi-Core นี่เร็วแบบทิ้งขาดถึง 90% ส่วนตัว GPU ที่ใช้ประมวลภาพกราฟฟิก ก็มีอยู่ 7 Core แบรด์ผลไม้ก็ยังเคลมอีกว่า มันทำงานได้เร็วกว่ารุ่นเดิม (2017) แบบ x2 และถ้าเทียบกับ iPad รุ่นแรกสุด (2010) นะ เร็วกว่าถึง x1000 เลย

iPad Pro 2018

เรื่องของแบตเตอรี่ไลฟ์ เขาบอกว่าใช้งานได้สบายๆ ทั้งวัน……และที่เจ๋งไปมากกว่านั้นคือ iPad Pro (2018) จะมาพร้อมกับพอร์ต USB-C มันสามารถแปลงร่างเป็นแบตสำรอง (Power Bank) ที่แชร์แบตฯ ไปชาร์จให้กับสมาร์ทโฟนได้ด้วย

สำหรับสายทำงานก็สามารถต่อจอแยกได้ด้วยนะ โดยรองรับความละเอียดสูงสุดอยู่ที่ 5K สามารถพิมพ์งานก็มีคีย์บอร์ดเคสเวอร์ชั่นอัพเกรด ให้ต่อพิมพ์งานเหมือนเดิม

และทีเด็ดอีกอย่างหนึ่งของ iPad Pro (2018) ก็คือ Apple Pencil ตัวใหม่ ที่มีการปรับเปลี่ยนดีไซน์ให้มีขนาดเล็กลง จับถือถนัดมือมากยิ่งขึ้น ตัว Apple Pencil ยังพกพาสะดวกสบาย มีแม่เหล็กในตัวด้วย สามารถติดกับตัวเครื่อง iPad Pro (2018) ได้เลย แถมยังรองรับการชาร์แบบไร้สาย (Wireless Charge) อีกด้วย iPad Pro (2018) ยังรองรับการดูคอนเทนต์ และสร้างสรรค์คอนเทนต์ AR ในตัวได้เลย

อ้างอิง : apple