Review โทรศัพท์มือถือ Huawei P9

625

วันนี้เรามารีวิวโทรศัพท์ Huawei P9 สไตล์ PotatoTechs รู้ลึกรู้จริงสไตล์บ้านๆ
– Huawei P9 ใช้เลนส์ Leica ของเยอรมัน บอกเลยว่าดีจริง
– บ้างซื้อรุ่นนี้เพราะหวังกล้อง แต่ถามหน่อย ของดีราคาถูกมีจริงๆในโลกไหม
– หลายสำนักรีวิวบอกว่ามันดีทุกๆอย่าง ยังสงสัยนิดนึงครับ เราจะซื้อมือถือเครื่องหนึ่งแค่เพื่อกล้องอย่างเดียวหรือ
– แล้วการใช้งานจริงๆเป็นอย่างไร ข้อด้อยเป็นอย่างไร ข้อดีเป็นอย่างไร

แบรนด์ Huawei หรือที่ฝรั่งเรียกว่า “ว้าเหว่” แต่ตอนนี้ไม่ว้าเหว่อีกต่อไปเพราะตั้งใจในการเป็นแบรนด์จีนระดับโลก มาชนกับ Apple และ Samsung ซึ่งในวันนี้นับได้ว่าเป็นอันดับ 3 ของโลกไปแล้วครับ

การ Design

Body ของตัวเครื่องหล่อมาจากเหล็กทั้งหมด เรียกว่า Unibody มีความหนา 6.9 มม. ซึ่งถือว่าบางใช้ได้เลยทีเดียว ในรูปลักษณ์จะมีความคล้ายคลึงกับ Huawei P8 แต่ได้รับการอัพเกรดให้สวยงามยิ่งขึ้น โดยที่ในเมืองไทย ณ ปัจจุบันมีให้เลือก 3 สี คือ Prestige Gold / Titanium Grey / Mystic Silver ถ้าเรามาดูรายละเอียดของงาน Design ถือว่าเนี๊ยบเลยทีเดียว ในด้านหลังก็จะมีตัว Finger Print Scan, LED Flash, กล้อง Leica คู่ ในด้านหน้าก็มีกล้องเช่นกัน สามารถใส่ซิมได้ 2 ซิม

ส่วน USB ที่ใช้ชาร์จไฟก็เป็น USB type-C ดียังไง ก็คือ มีระบ Quick Charge มาให้ด้วย เรื่องการสัมผัส ถือว่ารู้สึกดีมาก เป็นมือถือที่ไซส์กำลังดี สัมผัสดี ดุหรู มีสไตล์ ส่วนไมโครโฟนจะมีด้านบน 1 จุด ด้านล่าง 1 จุด และมีคุณสมบัติลดเสียงรบกวนได้ด้วย

ด้านล้างมี USB Port และมีลำโพง ปุ่มต่างๆก็กดง่าย เรียกว่าอยู่ในจุดที่วางตำแหน่งพอดีรับกับมือ โดยรวมเรื่องของการ Design ก็ถือว่าค่อนข้างสวยเลยทีเดียว บางทีอาจจะมองดูคล้ายๆ iPhone 6S ด้วยซ้ำ เพราะด้วยขนาดต่างๆ (Dimension: Height 145 mm., Width 70.9 mm, Thickness 6.95 mm., Weight 144 g.) (vdo insert- hand model)

huawei1

Display หน้าจอโทรศัพท์

หน้าจอถือว่าเป็นจอที่เยี่ยมยอดในระดับนึงเลยทีเดียว จริงอยู่ที่ความละเอียดอาจจะไม่เท่าจอรุ่นใหม่ๆ เพราะจอที่มีมาอยู่ในระดับ Full High Definition ซึ่งก็ถือว่าดีอยู่แล้ว ความกว้างหน้าจออยู่ที่ 5.2 นิ้ว เป็น IPS LCD Display ซึ่งไม่ใช่ AMOLED ตัวกระจกจะเป็นกระจกที่โค้ง มีความเนียน ลื่นมือ เพราะใช้กระจก Gorilla Glass 2.5D ซึ่งขึ้นชื่อในเรื่องคุณภาพ และความคงทน

ส่วนเรื่องของ Spec จอ ก็จะเป็นจอที่มีแสงสว่าง 500 Bit 96% Color Saturation คือสีสันสดใส ความละเอียดจออยู่ที่ 1920 x 1080 พิกเซล คือระดับ Full HD และมีความละเอียดที่ 423 ppi ซึ่งตัวจอนี้ถือว่าผลิตออกมาได้ดีมากๆ และมี Contrast ที่สูง ให้แสงสว่างดี ใช้ได้ดีทั้งในที่มืดและในที่สว่าง โดยที่สีสันถือว่า สด อิ่ม แต่ก็ไม่ได้สดจนมากเกินไป เรียกว่าสดอย่างเป็นธรรมชาติดีกว่า หลายๆคนบอกว่าภาพที่มองบนหน้าจอจะดูเป็นธรรมชาติคล้ายกับของ iPhone 6S แต่บางคนก็อาจจะชอบสีสดแบบมือถือของ Samsung ซึ่งอันนี้ก็แล้วแต่ความชอบของแต่ละคน

ข้อดีอีกอย่างของหน้าจอคือ สามารถมองเห็นได้หลายมุม แต่สำหรับคนที่ไม่ชอบให้คนอื่นมองเห็นหน้าจอของตัวเองก็อาจจะต้องติดฟิลม์พิเศษเพิ่มเติมไปนะครับ แต่ถ้าถามว่ามองเห็นกว้างดีไหมก็ต้องยอมรับเลยว่ากว้าง ที่น่าสนใจอีกอย่างคือ ตัว Home Screen และ Lock Screen สามารถเปลี่ยนภาพไปได้เรื่อยๆ แต่เนื่องจากว่าตัวหน้าจอมีการเปลี่ยนภาพไปเรื่อยๆ อาจทำให้การเข้าถึงข้อมูลต่างช้าลงนิดหน่อย แต่ก็สามารถเลือกโหมดที่ไม่ต้องเปลี่ยนภาพก็ได้

เรื่องแสงหน้าจอ หลายคนชินกับสีฟ้า แต่บางคนชอบสีอุ่นๆ ก็สามารถปรับแสงได้ พื้นที่ระหว่างขอบจอ และตัวเครื่องนับว่ามีความบาง ถือว่ามองหน้าจอได้ชัดเจนไม่มีอะไรมาบังตา

Huawei P9

Hardware

ส่วนของ CPU
เป็น HUAWEI Kirin 955 (64-bit) เป็นชิพที่ Huawei ผลิตขึ้นมาเอง ทำให้ Huawei มีต้นทุนที่ถูกลง CPU ที่ใช้นี้ เป็นตัวที่อัด Turbo จาก 950 มาเป็น 955 เป็น Processor ที่แรงมากเลยทีเดียว

ตัว CPU จะแบ่งออกเป็น 8 Core 4 ตัวแรกจะมีความเร็วที่ 2.5 2.5 GHz อีก 4 ตัวหลังจะวิ่งที่ 1.8 GHz นับว่าเป็น CPU Processor ที่แรงที่สุดของ Huawei ที่มีในปัจจุบัน จากการที่ PotatoTechs ได้ทำการเปรียบเทียบมาแล้ว พบว่า Huawei P9 มีความเร็วทับเทียมเครื่องอื่นๆ ในบางกรณีอาจจะเร็วกว่าด้วยซ้ำ

ส่วนของ CPU สำหรับคนที่ชอบเล่นเกม
สำหรับคนที่ชอบเล่นเกมส์ ก็ต้องชอบ Huawei P9 แน่นอน ถึงแม้ว่าจะไม่ได้เป็น GPU ที่เร็วที่สุดในตลาด แต่ก็ทำให้เล่นเกมส์ 3D ได้อย่างลื่นไหล ตอบสนองดี ถ้าเล่นเกมส์ได้ดีมาก อย่างอื่นก็คงไม่ต้องพูดถึง

RAM
มีขนาด 3 GB สามารถรองรับการเล่นเกมส์หนักๆ และการใช้งานแบบ Multi-tasks ได้ดี โดยภาพรวมแล้ว ถ้าการเล่นเกมส์ดีแล้ว การใช้งานทั่วไปก็ถือว่าทำได้ดีมาก เร็ว ลื่นไหล สุดยอดครับ

Finger Print Scan
ถือว่าทำงานได้รวดเร็วทันใจ และประมวลผลไวมาก และใช้ได้หลาย Function สามารถใช้เปิดเครื่องได้ แต่ต้องสแกนนิ้วก่อนนะครับ นิ้วคนอื่นจะใช้ไม่ได้ ถ้าไม่ใช่เจ้าของ เครื่องจะสั่น สามารถใช้รับสายได้ สามารถกดชัตเตอร์ภาพได้ สามารถเลื่อนภาพได้ อยู่ในตำแหน่งที่สามารถจับได้สะดวกมือ พอดีมือ

Huawei P9

Software

ใช้ระบบปฏิบัติการของ Android Marshmallow 6 แต่เอามาปรับให้เป็น Interface ของ Huawei เอง เรียกว่า Emotion User Interface หรือ EUI บางคนมีปัญหาว่าไม่ชอบตัว EUI เพราะไม่คุ้นเคย เพราะมีความแตกต่างจาก Android ค่อนข้างมาก รูปแบบการออกแบบจะคล้ายๆของ Apple iOS ผสมกับ Microsoft ด้วย

สำหรับใครที่ยังไม่คุ้นเคย อาจจะต้องค่อยๆใช้ไป เรียนรู้กันและกัน ใช้เวลานิดหน่อย แต่โดยรวมการใช้งานของ EUI เรียกว่าใช้งานได้ดีพอสมควร ซึ่งสามารถเปลี่ยนธีมได้ และมีให้เลือกดาว์นโหลด จริงอยู่ที่มือถืออันนี้เน้นการถ่ายรูปเป็นหลัก แต่การทำงานทั่วไปของเครื่องนั้น ไม่ได้ด้อยไปเลย เรียกว่าดี ใช้งานได้ดีมากๆ

Micro SD Card
สามารถใส่ Micro SD Card ได้ถึง 128 BG ช่องที่ใส่นั้นก็สามารถใส่ Nano SIM คู่ได้ ซึ่งมีระบบที่คอยดูแลการ์ดซิมทั้ง 2 อย่าง เรียกว่า Duo Card Management แต่ละการ์ดจะทำหน้าที่ต่างกัน อันนึง Internet อันนึงโทรศัพท์ แต่ในประเทศไทยตอนนี้ยังไม่สามารถใช้ 3G 4G คู่ได้ ต้องเลือกอันใดอันหนึ่ง

การรับสัญญาณ

ทางเราได้มีการทดสอบมาแล้วว่าสามารถรับสัญญาณได้ดี ให้คุณภาพเสียงที่ดี

คุณภาพเสียง

Huawei P9 มากับชิพเซต DTS ซึ่งให้คุณภาพเสียงระดับสูง ถ้าใช้หูฟังที่รองรับเทคโนโลยี DTS ก็จะให้เสียงที่มีคุณภาพดีมากๆ แต่ประเด็นคือตัวลำโพงที่ติดมากับเครื่อง เป็นลำโพงเดี่ยว ซึ่งให้เสียงค่อนข้างดัง คุณภาพพอใช้ได้

ลำโพง

o ลำโพงเป็นลำโพงเดียว สามารถเร่งเสียงให้ดังได้ แต่เสียงอาจจะแตกนิดหน่อย ไม่ควรเปิดให้ดังจนเกินไป คุณภาพเสียงถือว่าพอใช้ได้

แบตเตอรี่

ขนาด 3000 mAh เครื่องบางแต่ความจุแบตเตอรี่เยอะ ใช้เล่นเกม 3 มิติได้ประมาณ 3 ชั่วโมงครึ่ง หลังจากที่แบตเต็ม ใช้เล่นอินเตอร์เน็ต ดูหนังทั่วไป ก็ใช้ได้ประมาณ 7-8 ชั่วโมง หลังจากที่แบตเต็ม แต่ความจุน่าจะเยอะกว่านี้ ถือว่าดีพอสมควรแต่ไม่ได้โดดเด่นมากเมื่อเทียบกับมือถือรุ่นใหญ่จากค่ายอื่นๆ

ในอนาคตอาจจะมีการเพิ่มความจุเป็น 4000-5000 mAh ซึ่งอันนี้ยังไม่รู้ว่าจะเป็นอย่างไร ต้องติดตามชมกันครับ
โดยรวมแล้วถ้าใช้ปกติก็ใช้ได้ทั้งวัน แต่ถ้าใครใช้มือถือบ่อยก็อาจจะต้องเตรียม Power Bank ไปเติมไฟสำรองครับ

อย่างไรก็ตาม ทาง Huawei ก็น่าจะรับรู้ปัญหาตรงนี้อยู่แล้ว จึงมีโปรแกรม Energy Manager มาช่วยควบคุมพลังงานให้ถูกใช้อย่างมีประสิทธิภาพ เช่น หากปรับเป็น Save Energy Mode ก็จะมีการปรับ Resolution ของหน้าจอให้ลดลง

Huawei P9

กล้อง

ประเด็นที่ทุกคนอยากจะรู้ ว่าทำไมจะต้องเป็นเลนส์ Leica เพราะเป็นกล้องจากเยอรมันนีที่มีราคาแพงมาก ซึ่งปกติแล้วไม่ได้เกี่ยวข้องกับวงการมือถืออยู่แล้ว แต่มาร่วมงานกับ Huawei ได้นี้ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่แปลก ถามว่ามือถือราคา 16,900 บาท จะสามารถใส่เลนส์ Leica แล้วภาพออกมาดีที่สุดนั้นเป็นไปได้หรือไม่ อันนี้เราลองมาแกะกันดู ฟังรายละเอียดดูว่า เป็นไปได้หรือเปล่า

ในส่วนของกล้อง Leica ไม่ได้ผลิตเอง แต่เป็นผู้ออกแบบ และควบคุมการผลิต โดยผู้ผลิตให้เป็นบริษัทจีน กล้องหน้า ความละเอียดอยู่ที่ 8 ล้านพิกเซล f/2.4 ให้ภาพ Selfie ที่สวยงาม สามารถถ่ายแบบ Panorama ได้ กล้องหลัง จะเป็นเลยส์คู่ 27 mm. เหมาะสำหรับการถ่ายภาพที่มีความกว้าง แต่ถามว่ากว้างมากไหม ไม่ได้กว้างมาก แล้วแต่ความชอบของผู้ใช้งานว่าจะชอบถ่ายภาพแบบไหน

ซึ่งเลนส์ เป็นเลนส์ Aspherical มีความคมชัดมาก ทำไมต้องเป็นเลนส์นี้ เพราะเป็นเลส์ที่รวมแสงได้ดี เลนส์ที่ดีจะมี Bayer Filter สำหรับกรองแสง รับสีสันได้ดียิ่งขึ้น ส่วนอีกเลนส์ที่เป็นขาว-ดำจะไม่มี Leica จะโดดเด่นในเรื่องเลนส์ภาพขาว-ดำ

โดยรวมแล้ว กล้องหลังความละเอียดที่ 12 ล้านพิกเซล f/2.2 27mm. wide เลนส์หนึ่งเลนส์เป็นเลนส์ Color เป็นสี RGB Spectrum คือ สีแดง สีเขียว สีน้ำเงิน รวมกันมา โดยที่จะมี Bayer Filter ใส่เข้าไปเพื่อให้รับสีสันได้ดียิ่งขึ้น

ส่วนอีเลนส์จะเป็นเลนส์ขาว-ดำ ที่ Leica มีความโดดเด่น เพราะ sensor ตัวนี้เก็บรายละเอียดได้ดีมาก และที่น่าสนใจก็คือ เจ้าเลนส์ขาว-ดำ ตัวนี้สามารถรับแสงได้ไวกว่า sensor ทั่วไปกว่า 200% เรียกว่าค่อนข้างไวต่อแสง แต่ก็แปลก เมื่อเวลาทดลองใช้ใน Low Light ภาพที่ออกมาไม่ได้ดีอย่างที่คิด ถือว่าพอใช้ได้ แต่ยังไงก็สามารถสู้กล้องของค่ายใหญ่อื่นๆได้

ด้านการโฟกัสนั้น ใช้ระบบ Laser Auto Focus ซึ่งจะแบ่งออกเป็น 3 โหมด คือ Laser Focus, Depth Focus, Contrast Focus หรือปรับความขาว-ดำ ซึ่งอันนี้จะมีชิพประมวลผล ในระยะตื้นลึกของกล้อง โดยรวมแล้ว แต่ละเลนส์จะโฟกัสได้เอง เรียกว่าแยกกันโฟกัส โดยที่จะประมวลผล เลือกภาพที่ดีที่สุดให้เรา จึงทำให้สามารถถ่าย Shutter Speed ได้เร็ว Auto Focus ได้เร็วมากๆ

ในส่วนของกล้องหลังก็จะมีแฟลชที่เป็น LED มาให้ ส่วนในโปรแกรมของกล้องนั้น ก็จะมีให้เลือกหลากหลายโหมด โหมดธรรมดาทั่วไป เช่น โหมดสวยงาม วาดแสงได้ ภาพลายน้ำ ถ่ายแบบ High Definition Range หรือ HDR ได้ ถ่ายแบบขาว-ดำได้ ถ่ายแบบกลางคืนได้ ถ่ายแบบ Slow motion ได้ Panorama ได้ Time-lapse ได้

ส่วนโหมดใหญ่ที่สอง เรียกว่า Pro Mode สามารถถ่ายภาพได้ในความละเอียดสูงสุด คือ RAW หรือเป็นภาพไฟล์ DNG ซึ่งมีโหมดจับความลึก-ตื้นของภาพได้ อีกทั้ง ISO ได้ถึง 3200 สามารถปรับ White Balance และรายละเอียดได้เหมือนกล้องระดับ DSLR สามารถปรับรูรับแสงแบบตื้น-ลึกได้ และสามารถอัดไฟล์นอกจาก RAW แล้วก็เป็น JPEG ได้ ซึ่งไฟล์ RAW เหมาะสำหรับนำไปทำ Processing หรือ Edit ต่อไปได้

นอกจากนี้ตัวโปรแกรมยังมี Live Filter สำหรับคนที่อยากย้อมสีภาพตามความชอบได้ แต่ปัญหาของกล้องนี้คือว่า ทั้ง 2 เลนส์ไม่มีระบบกันภาพสั่นไหว หรือภาพนิ่ง หมายความว่าไม่ว่าจะถ่ายอะไรก็ตาม มือก็จะต้องนิ่งมาก เช่นถ้าจะถ่าย Time-lapse จะต้องมีขาตั้งกล้อง ไม่อย่างนั้นภาพที่ออกมาจะไม่สวยแน่นอน ถ้าพูดถึงการถ่ายวีดีโอ ไม่สามารถถ่ายระดับ 4K ได้ ถ่ายได้สูงสุดคือระดับ Full HD 60 frames/sec

huawei3

ราคา

– ถ้าพูดถึงโดยรวมแล้วก็คงจะหนีไม่พ้นเรื่องของราคา บอกตามตรงเลยครับว่า ไม่แพง คุ้ม เรียกว่าจัดได้
– ประเด็นก็จะมาอยู่ที่ว่า สรุปเราซื้อกล้องหรือเราซื้อมือถือ หรือเราซื้อส่วนผสม
– เพราะถามว่ากล้องดีๆราคาเป็นแสน หรืออย่างในตลาดที่ขาย 2-3หมื่น ที่เอาไว้ถ่ายรูปโดยเฉพาะ จะเอามาเปรียบเทียบกับกล้องมือถือ ขอเรียนตามตรงว่า ไม่สามารถเอามาเทียบกับกล้อง DSLR ได้อย่างแน่นอน
– แต่ถามว่าเพื่อความคล่องตัว และภาพที่ได้มาด้วยความพึงพอใจ ใช้ได้ตลอดเวลา ก็ถือว่า Huawei P9 ใช้ได้ดีกว่ามือถืออื่นๆ
– งั้นสิ่งที่เราซื้อคือ มือถือเครื่องหนึ่งที่มีประสิทธิภาพโดยรวมที่ใช้งานได้ดี ลื่นไหล ถ่ายภาพได้สวย แต่อย่าไปคิดว่าจะเทียบกับกล้อง CANON NIKON หรือกล้อง Leica ราคาเป็นหลักแสน ซึ่งเป็นไปไม่ได้
– ในมุมมองนี้ ก็คงต้องมองว่าเป็นเรื่องของการใช้งาน
– แต่ถามว่ากล้อง Leica ที่มีราคาแสนกว่าบาท อยู่ๆจะมาอยู่ในมือถือราคาหมื่นกว่าบาทนั้น โดยถ่ายภาพได้ดีเท่ากัน มันเป็นไปได้ไหม
– ผมว่าคำตอยนั้นอยู่ที่ท่านผู้ชมเอง

สรุป

แล้วสำหรับทาง PotatoTechs เองเราคิดว่า Huawei P9 เป็นมือถือที่น่าสนใจ ที่ภาพรวมนั้นดี ใช้ง่าย ลื่นไหล เร็ว กล้องดี แรง โดยรวมดีหมด และที่สำคัญคือ ราคาก็ดีด้วย
– นั่นเป็นข้อดีหลายๆข้อ แต่ถ้ามาพูดถึงข้อด้อย คือตัว Interface ของมือถือ คนที่มีความคุ้นเคยกับ Android อาจจะรู้สึกรำคาญใจเพราะไม่คุ้นเคยกับ Interface รูปแบบใหม่ บ้างก็บอกว่าเหมือนเด็กเกินไป แต่บ้างก็บอกว่าดี ซึ่งก็แล้วแต่ครับ ว่าใครชอบแบบไหน
– ประเด็นที่สองของข้อด้อยคือ แบตเตอรี่ ไม่ถือว่าแย่นะครับ แต่ก็ยังไม่ดีพอ ยังเทียบกับรุ่นใหญ่ๆไม่ได้
– ประเด็นต่อมาคือ ไม่มี Wireless Charging
– อีกประเด็นคือถ่ายภาพ Low Light ไม่ค่อยดี รายละเอียดภาพที่ได้อยู่ในเกณฑ์ดีพอใช้
– ด้วยความที่มันบางและจอโค้ง ต้องระมัดระวังไม่ให้ร่วง ซื้อมาก็ต้องใส่เคสให้ดี แต่ก็ดีที่มีการแถมเคสมาให้พร้อมใช้
– แต่ด้วยราคา 16,900 บาท แล้วได้มือถือที่ดีมากเครื่องหนึ่งครับ หลายๆคนชอบมาก บอกว่าคุ้มค่ากับที่ซื้อมา
– อยากให้หลายๆคนเปลี่ยนภาพคิด ภาพพจน์ มุมมองใหม่ๆ ถือว่าเป็นการเปิดตัว Huawei ให้ไปสู่แบรนด์ระดับโลกอย่างจริงๆ ที่ทุกคนมีความเชื่อมั่นและไว้ใจ
– ไม่อย่างนั้น PotatoTechs ก็ไม่คิดที่จะแจกเครื่องนี้หรอกครับ
– เครื่องนี้ครับ เครื่องที่อยู่ในมือ แจกจริงนะครับ หนึ่งในสุดยอดมือถือสำหรับถ่ายภาพที่มี ณ ปัจจุบัน